2007/Nov/03

พอขึ้นเครื่องก็เดินไปที่นั่งเรา อะโห เฮ้ ที่นั่งเกือบสุดท้ายติดครัวหลังเครื่องเลยแม่จ้าวว เดินเข้ามาตั้งแต่หัวลำ เดิน catwalk ไปยังท้ายลำ แล้วพวกคนเยอรมันชอบม้องชอบมอง เป็นไรมากปะจ๊ะ สงสัยชอบมองของแปลก เง้อ smile พอไปถึงที่นั่ง(อันไกลโพ้น)มีเจ๊คนนึงนั่งอยู่ ไอ่ลาว เอ้ย ไอ่เราก็เว้าดอยช์ไม่ค่อยเป็นอะ ได้นิสๆหน่อยๆ ก็ชี้โบ้ชี้เบ้ว่า ช้านนั่งในสุดนะเธอ เจ๊แกก็ ok, ok แล้วก็ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลยน่ะ จิงๆก็ไม่ได้เร่งเลย เธอยืนขึ้นเหมือนจะพุ่งทะยานออกไปจากหลังคาเครื่องซะอย่างนั้น จนหัวเธอกระแทกเพดาน ปึ้ง~!! คนมองอีกแระ เอ่อ...นู่ไม่ได้ทามมมม เจ๊แกชนเองงง อย่ามองด้วยสายตาใส่ร้ายป้ายสีแบบน้านน เลยต้องสวมบทดาวพระศุกร์ "Are you ok??" พร้อมทำท่าจะลูบหัว เอ้ย ประคองให้ยืนตรงๆ เจ้ก็บอกว่า I'm ok, I'm ok แล้วหัวเราะ แหะๆๆ ขำแบบนี้บ่อยๆระวังสมองเสื่อมนะเจ๊ะนะ -*-


พอขึ้นเครื่องนี้ก็หลับตลอด เพราะเหนื่อยมาก รู้สึกตัวอีกทีตอนเครื่อง landing ที่สนามบิน Berlin Tegel รู้สึกว่ากัปตันจอดเครื่องไม่นิ่มเอามากๆ เพราะตอนตื่นตกใจมากเครื่องดังสนั่นครืนๆๆๆ คิดว่า one-two-go (ไปเลย) ซะแล้วตู ยิ่งหวั่นๆ อยู่ ไม่แน่ใจเลยหันไปมองเจ้หัวแข็ง ชีก็ยังยิ้มให้อยู่ ก็ เฮ้อ โล่งง คงจะไม่มีอะไรอย่างที่คิดหรอก พอออกมาจากเครื่อง ย้ากกก ทำไมมันหนาวเยี่ยงนี้ รีบกระโดดขึ้นรถ Shuttle Bus เลย แล้วไปเอากระเป๋า ตอนยืนรอกระเป๋าอยู่ก็มีหนุ่มหล่อ คิดว่าคงจะเป็นเกย์ เพราะพวกเดียวกัน เง้อ >_< ฮ่าฮ่าฮ่า ทำเป็นมาหันๆมองๆ สนใจก็ขอเบอร์เลยเพ่ ไม่ต้องเกรงใจ จะแถมที่อยู่ วันเกิดให้ด้วยอะ คริๆๆ ที่พูดไปขำๆ อิอิ แฟนรู้โดนลังกาหน้า ราวนด์ดอร์ฟซิกแซก กระโดดถีบขาคู่เป็นแน่แท้ - -"

พอได้กระเป๋ามามองออกไปที่ประตูก็เห็นแระ สูงๆใส่โค้ทยาวๆไม่ผิดตัวแน่ ความรู้สึกแรกพอเห็นเค้าก็แบบ เอ...นี่เราห่างกันไปนาน (ครึ่งปี) จนเกือบจะลืมหน้าตาที่แท้จิงไปแล้วหรือนี่ แม้จะเห็นกันทางกล้องได้ยินเสียงผ่านไมค์โครโฟน แต่การได้เจอกันจิงๆ นี่มันแตกต่างกันอยู่มากๆ แต่ก็ดีใจมากๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันอีก smile พอขึ้นรถก็คุยให้ฟังเรื่องโดน พี่อิม ถามคำถาม แล้วก็เรื่องบนเครื่องอะไรเหล่านี้เค้าก็บอกว่า "I hope you didn't talk too much with the guy, sitting next to you..." แหม ทำเป็นขี้น้อยใจเด๋วปั๊ด...จูบเลยหนิ ฮ่าฮ่าฮ่า เลยบอกไปว่า ไม่ได้คุยเลย ก็ลุงแกหลับเป็นตาย (หรือตายจิงก็ไม่รู้ ไม่เข้าห้องน้ำเลย ตอนลงก็ยังไม่ตื่นอีกแน่ะ - -") ชั้นก็นั่งเล่นกงเล่นเกม อ่านหนังสือไปเรื่อยและ

แล้วเค้าก็บอกว่า เนี่ยเสียดายที่อพาร์ทเม้นที่ซื้อใหม่ (ซื้อเพราะรู้ว่าเรากำลังมา เวอร์จิงๆ) ยังตกแต่งไม่เสร็จ วันนี้คงต้องไปนอนโรงแรมก่อน แล้วเด๋วพรุ่งนี้จะพาไปเกาะ ทางเหนือชื่อเกาะ Hiddensee บอกว่าสวยมาก สวยไม่เถียงน้า ถ้าใครนึกไม่ออกให้นึกถึงหนังเรื่อง The Rings อะ ที่จะมี ประภาคารส่องไฟ แล้วเป็นเกาะมีทุ่งหญ้าเยอะๆ ประมาณนั้นอะ สวยสยองๆน่ะ อิอิ สรุปวันแรกก็ไปนอนโรงแรมใน Berlin พอวันรุ่งขึ้นก็ตระเวณหาซื้อ Sim Card กว่าจะได้มาก็ตั้งบ่ายสี่โมงเย็นแระ ทีแรกก็ถามเค้าว่าไปช้าไม่เป็นไรหรอ เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก เรือออกไปเกาะทุก 2 ชม. ก็โอเค เชื่อๆ เพราะเราก็ไม่ได้เป็นคนหาข้อมูล

พอไปถึงท่าเรือ เหอะๆ เรือหมดจ้า ต้องขับรถไปอีกประมาณชม.นึงเพื่อไปจ้างเรือที่ท่าเรืออื่น ระหว่างนั่งอยู่บนเรือเค้ามาพูดกะเราว่า "Oh, I think I need your PSP this time" อะไรย่ะ แล้วมาบอกว่าเกลียดๆๆตอนแรก นี่จะเอาไปส่องหานางเงือกหรือไงฟระบนเรือเนี่ย แล้วก็บอกต่อว่า เนี่ยบนเกาะอะ โรงแรมอยู่ห่างจากท่าเรือ 2 กิโลเมตรกว่าๆนะ ต้องเดิน (งะ) แล้วก็ไม่มีคนไม่มีรถมาลากกระเป๋าให้ด้วยนะ ต้องเดินเอง แล้วที่บอกว่าต้องการ PSP อะเอาไปเป็นไฟฉาย (โห PSP ชั้นก็มีประโยชน์เหมือนกันแฮะ...เป็นไฟฉายเนี่ยนะ -*-) เพราะบนเกาะไม่มีไฟจะมืดมาก.......เอ่อ.........นี่เธอพาชั้นมาเกาะอะไรจ๊ะที่รัก - -" พอได้ยินทีแรกหัวเราะก๊ากๆๆ ไม่เชื่อล้านเปอร์เซ็นต์เพราะอีตานี่ชอบเป็นตัว Joker ประจำ แต่คราวนี้ (พยายาม) ทำหน้าเครียดบอกว่าจิงๆนะจ๊ะ

พอไปถึง 5555555+ จิงทั้งหมด - -* หนาวก็หนาวต้องยืนรอเค้าไปหารถลากกระเป๋ามาอีก พอได้มาก็ต้องเดินลากกันไปอย่างงั้นอะ ระหว่างทางก็ดันจะหลงอีกแหนะ เค้าต้องคอยโทรหาที่โรงแรมถามทางว่าไปทางไหน เพราะทางแยกอภิมหาอลังการงานสร้าง งงได้อีกอะ ระหว่างที่เดินก็เลยถามว่า "Why don't they just send someone to pick us up?" เค้าก็บอกว่า "Well, as it's dark as you see now, and it's also far away. I don't think anyone would come out for 2 funny gay guys, haha" ยังจะมาตลกอีกนะ เด๋วดับเบิ้ลแบ็คสปริงขาคู่ฟาดหน้าซะหรอก แล้วที่ว่า funny นี่ใครกันย่ะ -*- เลยบอกไปว่า "If we were in Thailand now, we would get the best service ever..." เค้าก็บอกว่า "I agree"

เดินไปในความมืด ก็พยายามคุยกันไปเรื่อยๆ อีนี่ดันพูดเรื่องผีอีก โอ้ยยตาย กรูกลัวนะเมิง เลยเบรคไปก่อนว่า "You should know that thai people don't talk about things like this when they're in the places they don't know, haha - -*" พูดไปก็เสียวๆ ว่าอีรถแบกกระเป๋าที่ลากๆมาเนี่ยจะมีใครมานั่งอยู่ป่าวน่ะสิ เหอๆๆ เลยคุยเรื่องอื่น คุยไปคุยมากลิ่นไรฟระ เหม็นๆๆๆ ไม่ใช่กลิ่นศพหรืออะไรหรอก กลิ่นเหมือนขี้ เลยเร่งความสว่าง PSP อะหือออ ขี้ม้าค่ะ หลายกองมาก จนเค้าเกือบจะเหยียบให้เต็มรัก แต่หลบทัน แล้วยังมาพูดอีกนะ "Oh, thank God that you have your PSP, ortherwise, I would step on the horse shit!!" เหอๆ กราบ PSP ข้าซะดีๆ หึหึหึ

อู้ยเดินไปๆ เห็นแสงไฟละ คิดในใจว่าตูมาทำอะไรอยู่ที่นี่วะเนี่ยลำบากลำบน ยังกะเดินป่าตอนเรียน ร.ด. แต่นี่เพิ่มดีกรีด้วยความหนาวอีก ตื่นเต้นจัดคุณผู้ชม รีบลากๆๆ ตกแอ่งฮ่ะ กระเป๋าใส่ laptop (ของข้าพเจ้า) กระเด็นไปโน่น กรี๊ดดดด My Laptop!! เค้าตกใจรีบไปเก็บให้ เค้าบอกว่าไม่น่าเป็นไรมั้งเพราะซองใส่เสื้อโค้ทเค้ามันกันกระแทกอยู่ แต่...laptop รุ่นถึกเถื่อนหนักเกือบ 3 กิโลเนี่ย ตกทีมีฮาแน่ๆ ไปถึงโรงแรมรีบเปิดดูก่อนเลย 5555+ ฝาตรงจอในร้าวนิดนึง มุมสองด้านแตกอีกนิดหน่อย นอกนั้นไม่มีไรเปลี่ยนแปลง โชคดีจิงๆฉัน เปิดไปดูในระบบ โอเคยังทำงานดีอยู่ ก็ไม่ได้คิดอะไร

ไป check in เสร็จได้กุญแจมา ก็ยืนรอ คุณผู้ชายก็ถามว่ารออะไรยกกระเป๋าขึ้นห้องเลย เราก็ หะ? แนนนน่ โม้อีกดิ ใช่ม้า ไอรอเบลล์บอยให้มายกละกัน เค้าก็บอกว่าไม่มีนะ ต้องยกเอง ดูท่าว่าจะต้องยกเองจิงๆ โรงแรมไรฟระเนี่ย งุงิ -*- ห้องอยู่ชั้น 3 นะเพราะเลขห้องชั้น 3 ก็ต้องขึ้นด้วย 3 จิงมะ เช่น 301 - 315 อะไรแบบนี้ นี่ดันมาบอกว่าอยู่ชั้น 2 ก็มองหาป้ายสิชั้นอะขึ้นด้วย เลข 2 แน่ๆ ต้องแยกกันยกเพราะเค้ามีกระเป๋าหลายใบ เค้าไปก่อนเรายกขึ้นไปทีหลัง แล้วดันแค่ตะโกนมาบอกว่าชั้น 2 เอ้าตูก็ไปชั้นสองดิ (แต่เค้าบอกทีหลังว่าชั้น 1 เค้า) ไปถึงหาห้องไม่เจอ รอหน่อยก็ไม่ได้ drama queen งานเข้าล่ะ งอลมันซะ ฮิฮิฮิ ไม่พูดด้วย แค่นี้รอไม่ได้ เชอะ



กำลังแสดงละครอยู่ก็เอาคอมออกมาจะเช็คว่าสัญญาณ Wireless มันมาถึงห้องรึป่าว ปรากฏว่า.......ระบบ Wireless พัง!! ตอนมันตกนั่นแหละ คิดว่าการ์ดข้างในคงจะเสียหายแหละ เพราะมันหายไปจากระบบเลย แก้เท่าไหร่ก็ไม่มา ร้องไห้เลย แล้วตูจะทำงานยังไงล่ะเนี่ย จากแสดงละคร strawberry อยู่ เศร้าจิงเลย กรรมทันตาเห็นจิงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า เค้ารีบเข้ามาถามเลยว่าเป็นอะไรๆๆ เกิดไรขึ้น ก็เลยบอกไปว่าระบบ wireless ไอมันพังแล้วล่ะ แล้วข้างนอกเนี่ยก็แตกไปตัง้ 3 จุด เค้าเลยบอกว่า ไม่เป็นไรเด๋วกลับ berlin จะหาที่ซ่อมให้ ถ้าซ่อมไม่ได้เด๋วซื้อให้ใหม่ (อะหือ ที่บ้านมีเครื่องปั้มเงินหรือไงจ๊ะ) เลยบอกไปว่า ไม่ต้องอะ เอาให้มันใช้ wireless ได้ก็พอแระ สรุปเมื่อวานเลยอดเข้าพันทิพ เซ็งลิง again

ตื่นเช้ามา อาบน้ำกินข้าวเสร็จ เค้าก็ไปถามที่เคาน์เตอร์ว่าสายโทรศัพท์ต่อเน็ทได้รึป่าวเพราะอย่างน้อยเครื่องเราจะได้เล่นเน็ทได้ พนักงานก็บอกว่าได้แต่ไม่เร็ว ถ้าอยากเล่นแบบ adsl ก็มี internet cafe นะต้องเข้าไปในเมืองแถวๆ ท่าเรืออะ อะโห บนเกาะแบบนี้มี adsl ให้ใช้ด้วยเว้ยย แอบดีใจเล็กๆ ก็ต้องเช่าจักรยานขี่กันเพราะดินไม่ไหวเด๋วน่องโตเป็นไก่ KFC ก็ไม่ไหวเหมือนกาน ขี่จักรยานสนุกดีแม้จะขี่ไปหน้าชาไปก็เถอะนะ ไปถึง net cafe เค้าบอกว่ามีช่างซ่อม หืมม บนเกาะแบบนี้เนี่ยนะ?? สรุปแล้วเค้าถามไปถามมาเจ้าของร้านให้เช่า usb wireless มา (ตอนนี้ที่ใช้อยู่นี่แหละ) ก็พอใช้ได้ชั่วคราว อิอิ

อยู่บนเกาะนี้เค้าไม่อนุญาตให้ขับรถ ให้ขี่(จักรยานนะ)ได้อย่างเดียว แต่ อีรถ Ambulance นี่ดิ ขับตีนผีมั่กๆๆ รถอื่นขับไม่ได้เหยียบซะเต็มเหนี่ยวเลยนะแก แต่โดยรวมแล้วเกาะนี้สวยดีเหมือนกันนะ ไปทะเลมาเหมือนกันแต่หนาวเวอร์ ไม่เคยใส่ โค้ทไปทะเลเลย ได้ใส่ก็คราวนี้แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า เข้าใจเลยว่าทำไมฝรั่งไปเที่ยวทะเลเมืองไทยกันเยอะ เพราะมันส่วยกว่าร้อยล้านเท่า แถมอากาศเอื้ออำนวยกว่าเยอะ ไว้เด๋วจะโพสรูปบางส่วนให้ดูกันนะท่านผู้อ่านน ตอนนี้ขอไปดูตานั่นว่าทำไรอยู่ก่อน หุหุหุ

 

 

edit @ 3 Nov 2007 21:15:35 by Tommi

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home